ออกแบบโลโก้ : อิทธิพลของสีต่อความรู้สึกของมนุษย์


สีสัน ต่างๆที่เราพบเห็นในโลกใบนี้ล้วนมีความหมายในลักษณะการกระตุ้นเร้าอารมณ์ ความรู้สึกของมนุษย์ให้เกิดขึ้นต่างๆนานา จากการที่สีมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของมนุษย์นี้เองทำให้เกิดความคิดขึ้นใน หมู่นักออกแบบว่าน่าจะได้นำเหตุผลอันนี้มาใช้ออกแบบ ซึ่งก็ทำให้ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมากในวงการออกแบบปัจจุบัน บ้านจะน่าอยู่ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจะสวยงาม ของใช้น่าใช้สอยจับต้อง ล้วนแล้วแต่เป็นอิทธิพลของสีสันต่างๆที่ปรากฏบนพื้นผิวสิ่งต่างๆเหล่านั้น นั่นเองที่กระตุ้นเร้าความรู้สึกในรูปลักษณะของความรู้สึกต่างๆ
จึงพอประมวลความรู้สึกของมนุษย์จากอิทธิพลของสีต่างๆได้พอสังเขปดังต่อไปนี้
สีแดง ด้วย ลักษณะของคลื่นแสงของสีแดงที่แผ่กระจายออกมาค่อนข้างรุนแรงจึงมีส่วนกระตุ้น เร่งเร้าความรู้สึกในด้านความเฉียบคม เร่าร้อนเกิดความรู้สึกคึกคักกว่าสีอื่นๆ ในขณะเดียวกันถ้าใช้ร่วมกับสีทองจะบังเกิดความรู้สึกมั่งคั่ง อุดมสมบูรณ์ เป็นลักษณะของสิ่งสูงศักดิ์ควรให้การเคารพบูชา ในสมัยก่อนๆมักใช้สีประเภทนี้กัน พระเจ้าแผ่นดินและวัดวาอาราม ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระอันเป็นของสูงที่มีไว้เพื่อเคารพบูชาโดยเฉพาะโต๊ะหมู่ บูชาพระจะนิยมใช้สีแดงชาดประกอบกันกับตัวลายสีทอง
สีเขียว เป็น สีที่ให้ความรู้สึกในทางกลับกันกับสีแดง ด้วยคลื่นแสงของสีเขียวแผ่กระจายอย่างนุ่มนวล ทำให้ประสาทต่างๆของมนุษย์ที่มองเห็นลดความเครียด ทำให้รู้สึกสดชื่นกระชุ่มกระชวย สีเขียวจะตัดกันอย่างรุนแรงกับสีแดง
สีดำ เป็น สีที่ให้ความรู้สึกลึกลับซับซ้อนชวนฉงน น่าสะพรึงกลัวเมื่อเราอยู่ในห้องงมืด ไม่มีแสงสว่างเลย จะมีความรู้สึกว่าห้องนั้นดูลึกลับ และไกลอย่างหาของเขตไม่ได้ และความมืดนั้นก็คือสีดำ ที่เกิดโดยธรรมชาตินั่นเอง ด้วยอิทธิพลของสีดำที่ทำให้เกิดความรู้สึกดังกล่าว นักออกแบบจึงนำไปใช้ในการออกแบบต่างๆที่ต้องการความน่าสะพรึงกลัว เช่น ฉากละครที่เกี่ยวกับผีสาง ใช้สีดำร่วมกับสีขาวในงานเกี่ยวกับพิธีศพดูแล้วเกิดความรู้สึกสงบเงียบ เศร้าสลดเสียใจต่อการตายของผู้ตาย
สีขาว เป็น สีที่ให้ความรู้สึกสะอาดบริสุทธิ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสีขาว เมื่อนำไปใช้ร่วมกับสีอื่นๆ ซึ่งมีความเข้มมากกว่าจะช่วยเสริมความเข้มของสีนั้นๆให้ดูเข้มข้นขึ้นกว่า ปกติ เช่น ใช้ร่วมกับสีแดงจะให้ความรู้สึกว่าสีแดงนั้นเข้มข้นกว่าเดิมอีก สีขาวเมื่อนำมาใช้กับเครื่องแต่งกายจะช่วยเสริมบุคลิกภาพของผู้แต่งให้แลดู น่าเชื่อถือ มีกฎมีเกณฑ์ และเป็นคนมีความละเอียดอ่อน ความบริสุทธิ์ชอบ ความประณีต รักความสะอาดและสิ่งสวยงาม ฯลฯ
สีเทา เป็น สีที่มีคลื่นแสงอ่อนที่สุดในบรรดาสีทั้งหลายทั้งปวง เมื่อเราเข้าไปอยู่ในห้องสีเทาจะเกิดความรู้สึกง่วงเหงาอยากนอน ด้วยเหตุนี้เราจึงนิยมใช้สีเทาผสมกับสีอื่นๆ เช่น เทาเขียว เทาฟ้า หรือเทาอมม่วง ในการตกแต่งห้องนอน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกอยากนอน น่านอน ฯลฯ ลักษณะความรู้สึกเฉพาะตัวของสีเทาคือความรู้สึกเก่าแก่คร่ำครึ สีเทาล้วนๆจึงไม่เหมาะกับเครื่องแต่งกาย ถ้าใช้ควรใช้ร่วมกับสีอื่นและควรใช้สีเทาในปริมาณแต่เพียงน้อยๆ
สีฟ้า ให้ ความรู้สึกสดชื่น ร่าเริง อ่อนวัย เป็นสีที่นิยมใช้กันมากในสังคมปัจจุบัน ทั้งตกแต่งอาคาร ร้านค้า และเครื่องแต่งกาย ซึ่งจะให้ความรู้สึกว่าผู้แต่งดูอ่อนกว่าวัยที่เป็นจริง และเป็นคนมีบุคลิกที่ร่าเริง แจ่มใส ไม่อมทุกข์อมโศก ตามสายตาของผู้พบเห็น และเนื่องจากสีฟ้าเป็นสีเกณฑ์กลางๆ ไม่เข้มไม่อ่อนเกินไปจึงใช้ร่วมสีอื่นๆได้ดี และดูเหมาะเจาะสวยงามสามารถสร้างความเป็นเอกภาพได้ง่าย
สีชมพู ให้ ความรู้สึกประณีตบรรจง ร่าเริงแจ่มใส เป็นสีค่อนข้างอ่อนใช้ร่วมโครงงานกับสีอื่นๆได้ดี เป็นสีที่นิยมใช้กับเครื่องแต่งกายของสุภาพสตรีมาก เพราะนอกจากจะให้ความรู้สึกดังกล่าวยังให้ความรู้สึกอ่อนเยาว์กว่าวัยที่ เป็นจริงอีกด้วย
สีแสด เป็น สีที่ให้ความรู้สึกเกี่ยวกับลักษณะอันตราย หรือกระตุ้นเตือนว่าระวังอันตราย มีคลื่นแสงค่อนข้างรุนแรงเช่นสีแดง จึงนิยมนำไปใช้กับเครื่องจักรกล แผ่นป้ายประกาศเตือนให้ระวังขณะเครื่องจักรกำลังทำงาน เครื่องไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็นิยมตกแต่งด้วยสีประเภทนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ร่วมโครงการกับสีอื่นๆได้ดี เพราะเป็นลักษณะสีร้อนมีคลื่นแสงรุนแรง จึงให้ความกระตุ้นเร้าความสนใจได้ดี และก็ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากจนเกินไป
8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.

หน้าหลัก


โลโก้ฮวงจุ้ย.com

ฉลองจำนวนผู้เข้าชม 210,000 ราย 500,000 เพจ
แถมฟรี.. แบบตรายางบริษัทตามหลักฮวงจุ้ย
            .. วิเคราะห์ลายเซ็นต์ พร้อมแนะนำวิธีการแก้ไขโหงวเฮ้งลายเซ็นต์เสริมโชคลาภบารมี
  *เฉพาะ 8 ท่าน เท่านั้น

ออกแบบโลโก้ตามหลักของฮวงจุ้ย

By Sango
 
ออก แบบโลโก้บริการสร้างสรรค์ผลงานสัญลักษณ์ Brand โลโก้ ที่ผสมผสานระหว่างศิลปะแห่งแรงดึงดูดและพลังของศาสตร์ฮวงจุ้ยของตะวันออก และศิลปะความทันสมัยของตะวันตก โดยถ่ายทอดออกมาในรูปแบของสัญลักษณ์ Brand โลโก้ อย่างมี Design แตกต่าง สร้างสรรค์
ด้วย 3 คอนเซ็ป 8 องค์ประกอบที่สำคัญของการออกแบบโลโก้ของแสนโกฏ์ (Sango) ทรัพย์เพิ่มพูล
Simple
   1.  จดจำได้ง่าย มีความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
   2.  เลือกสีอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช้สีมากเกินไป
   3.  มีเอกลักษณ์เฉพาะตน
Clean
   4.  ลายเส้นที่สะอาดตา ชัดเจน
   5.  สื่อถึงผลิตภัณฑ์ สามารถจินตนาการถึงผลิตภัณฑ์หรือบริการได้ง่าย
Effective
   6.  โดดเด่น ดึงดูดใจผู้พบเห็น
   7.  สีและรูปแบบโลโก้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
   8.  ใช้ได้ในทุกรูปแบบ (ป้าย ตัวสินค้า เว็บไซต์ หัวกระดาษจดหมาย  นามบัตร  ปากกา เสื้อ ถ้วยกาแฟ...)

ศิลปะแห่งแรงดึงดูดและพลังของศาสตร์ฮวงจุ้ยของตะวันออก  
ธาตุ ทั้ง 5 ในทางฮวงจุ้ยประกอบด้วย น้ำ ไม้ ไฟ ดิน และทอง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสภาพแวดล้อม และมีอิทธิพลต่อความรู้สึก อารมณ์ ซึมลึกถึงความนึกคิดและจินตนาการของผู้คน หากปริมาณธาตุขาดความสมดุล หรือมีปฏิปักษ์ หักล้าง ทำลายกัน แทนที่จะมีอำนาจส่งเสริมกัน มีกระแสเกื้อกูลกัน จะมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก ของผู้ที่ได้รับอิทธิพลนั้น
วิธี ที่จะทำให้เกิดพลังที่ดี คือ การผสมผสารธาตุสื่อให้โดดเด่นด้วย “รูปร่างของเส้นสาย” “สี สรรค์” “ความสว่าง” โดยการจัดวางใน “ขนาด” และ “ทิศทาง” ที่ เหมาะสม ถ้าทำให้โดดเด่นทั้งองค์ประกอบทั้งหมด ก็จะถือว่าสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้บุคคลที่พบเห็นเกิดอารมณ์และความรู้สึกที่ดี (Good Feeling) รู้สึกคุ้นเคย เป็นมิตร (Good Friendly) และนึกถึงทุกครั้งที่ต้องการสินค้าหรือบริการนั้นๆ (Good Recognition)
อิทธิพล ดังกล่าวมีอำนาจต่อชีวิตและจิตใจ ขอมนุษย์มาโดยตลอดทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม และได้แสดงออกมาในรูปแบบของการเลือก เช่น การเลือกใช้สีเสื้อ ลวดลาย หรือการเลือกรุ่นและสีรถ เป็นต้น นี่คือ ศิลปะแรงดึงดูดและพลังที่มีในศาสตร์ฮวงจุ้ย
สัญลักษณ์ Brand โลโก้ ที่สื่อออกมาเป็นรูปร่างที่จะทำให้เกิดการจดจำ บ่งบอกถึงคุณประโยชน์ และทำให้รู้สึกภูมิใจ ไว้ใจ ตลอดจนถึงบุคลิกของตำแหน่งของสิ่งนั้นๆ (Positioning) เหล่านี้จะเกิดในความรู้สึกโดยรวมที่อยู่ใจของผู้บริโภค
   

บริการออกแบบโลโก้ตามหลักของฮวงจุ้ย
สร้างมิติของโลโก้

ออกแบบโลโก้ ฮวงจุ้ยโลโก้
วิเคราะห์โลโก้ตามหลักฮวงจุ้ย

ติดต่อ Email: plyfasai@gmail.com
Power by Sango


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: การสร้างแบรนด์
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: ใช้สีให้ถูกหลักฮวงจุ้ยเบญจธาตุ
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: ออกแบบโลโก้


เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: ตรายางบริษัท
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: ตรายาง
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: ออกแบบตรายาง
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: แบบตรายาง
เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: แบบตรายางบริษัท


 Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008 by Sango.igetweb.com, All Rights Reserved. Engine by Sango8.blogspot.com
Tags for this Thread


8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.


องค์ประกอบศิลป์ กับ การจัดวางโลโก้ฮวงจุ้ย

องค์ประกอบศิลป์ กับ การจัดวางโลโก้ฮวงจุ้ย  
ธาตุ ทั้ง 5 ในทางฮวงจุ้ยประกอบด้วย น้ำ ไม้ ไฟ ดิน และทอง ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของสภาพแวดล้อม และมีอิทธิพลต่อความรู้สึก อารมณ์ ซึมลึกถึงความนึกคิดและจินตนาการของผู้คน หากปริมาณธาตุขาดความสมดุล หรือมีปฏิปักษ์ หักล้าง ทำลายกัน แทนที่จะมีอำนาจส่งเสริมกัน มีกระแสเกื้อกูลกัน จะมีผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก ของผู้ที่ได้รับอิทธิพลนั้น
วิธี ที่จะทำให้เกิดพลังที่ดี คือ การผสมผสารธาตุสื่อให้โดดเด่นด้วย “รูปร่างของเส้นสาย” “สี สรรค์” “ความสว่าง” โดยการจัดวางใน “ขนาด” และ “ทิศทาง” ที่ เหมาะสม ถ้าทำให้โดดเด่นทั้งองค์ประกอบทั้งหมด ก็จะถือว่าสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้บุคคลที่พบเห็นเกิดอารมณ์และความรู้สึกที่ดี (Good feeling) รู้สึกคุ้นเคย เป็นมิตร (Good friendly) และนึกถึงทุกครั้งที่ต้องการสินค้าหรือบริการนั้นๆ (Good Recognition)

 เส้น (Line)        
     เส้น เป็นการเรียงตัวของจุดที่เรียงต่อเนื่องกัน มีลักษณะมิติเดียว คือ ความยาว ไม่มีความกว้าง ทำหน้าที่เป็นขอบเขต ของที่ว่าง รูปร่าง รูปทรง น้ำหนัก สี และกลุ่มรูปทรงต่าง ๆ รวมถึงเป็นแกนหรือโครงสร้างของรูปร่างรูปทรง
     เส้น ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานศิลปะทุกชนิด ที่สามารถสื่อความหมายที่แสดง ความรู้สึก และอารมณ์ได้ด้วยตัวเอง ด้วยการสร้างเป็นรูปร่างรูปทรงต่างๆ ขึ้น เส้นมี 2 ลักษณะคือ เส้นตรง (Straight Line) และ เส้นโค้ง (Curve Line) เส้นทั้งสองชนิดนี้ เมื่อนำมาจัดวางในลักษณะต่าง ๆ กัน จะมีชื่อเรียก และให้ความหมาย และให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอีกด้วย
ลักษณะของเส้น ความหมาย และความรู้สึก
1. เส้นตั้ง หรือ เส้นดิ่ง ให้ความรู้สึกทางความสูง สง่า มั่นคง แข็งแรง หนักแน่น เป็นสัญลักษณ์ของความซื่อตรง
2. เส้นนอน ให้ความรู้สึกทางความกว้าง สงบ ราบเรียบ นิ่ง ผ่อนคลาย
3. เส้นเฉียง หรือ เส้นทแยงมุม ให้ความรู้สึกถึงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว ไม่มั่นคง
4. เส้นหยัก หรือ เส้นซิกแซก แบบฟันปลา ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะ มีระเบียบ ไม่ราบเรียบ หวาดกลัว อันตราย ความขัดแย้ง ความรุนแรง
5. เส้นโค้ง แบบคลื่น ให้ความรู้สึกถึงเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ลื่นไหล ต่อเนื่อง สุภาพ อ่อนโยน นุ่มนวล
6. เส้นโค้งแบบก้นหอย ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวคลี่คลาย หรือเติบโตในทิศทางที่หมุนวนออกมา เมื่อมองเข้าไปจะเห็นพลังความเคลื่อนไหวที่ไม่สิ้นสุด
7. เส้นโค้งวงแคบ ให้ความรู้สึกถึงพลังความเคลื่อนไหวที่รุนแรง การเปลี่ยนทิศทาง ที่รวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง
8. เส้นประ ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่อเนื่อง ขาดหาย ไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเครียด
ความสำคัญของเส้น
1. ใช้ในการแบ่งที่ว่างออกเป็นส่วน ๆ
2. กำหนดขอบเขตของที่ว่าง ทำให้เกิดเป็นรูปร่าง (Shape) ขึ้นมา
3. กำหนดเส้นรอบนอกของรูปทรง ทำให้มองเห็นเป็นมิติ (Form) ชัดขึ้น
4. ทำหน้าที่ให้น้ำหนักอ่อนแก่ของแสงและเงา (การแรเงาด้วยเส้น)
5. ทำหน้าที่เป็นแกนหรือโครงสร้างของรูป และโครงสร้างของภาพ


รูปทรง (Form)
         รูปทรง คือ ลักษณะเป็น 3 มิติ ที่แสดงความกว้าง ความยาว และความลึก หรือความหนา นูน ด้วย เช่น รูปทรงกลม ทรงสามเหลี่ยม ทรงกระบอก เป็นต้น ให้ความรู้สึกถึงการมีปริมาตร ความหนาแน่น มีมวลสาร ที่เกิดจากการจัดองค์ประกอบ
         รูปเรขาคณิต (Geometric Form) เป็นรูปร่างที่แน่นอน เป็นมาตรฐาน สามารถวัดหรือคำนวณหาพื้นที่หรือปริมาตรได้ง่าย เช่น รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี เป็นต้น รูปเรขาคณิต เป็นรูปแบบพื้นฐานของรูปทรงต่างๆที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นอย่างมีแบบแผน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร เครื่องบิน สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆที่ผลิตโดยระบบอุตสาหกรรมเสียก่อน
         รูปอินทรีย์ (Organic Form) เป็นรูปสิ่งที่มีชีวิต หรือคล้ายกับสิ่งมีชีวิต ที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างด้วยการเจริญเติบโต หรือด้วยการเคลื่อนไหว เช่น คน สัตว์ พืช
         รูปอิสระ (Free Form) เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นอย่างอิสระ มีลักษณะโครงสร้างที่ไม่แน่นอน เป็นไปตามอิทธิพลหรือการกระทำจากสิ่งแวดล้อม เช่น รูปก้อนเมฆ ก้อนหิน ควันซึ่งให้ความรู้สึกที่เคลื่อนไหว มีพลัง รูปอิสระจะมีลักษณะ ขัด แย้งกับรูปเรขาคณิต แต่กลมกลืน กับรูปอินทรีย์ รูปอิสระอาจเกิดจากรูปเรขาคณิตหรือรูปอินทรีย์ ที่ถูกกระทำให้มีรูปลักษณะเปลี่ยนไปจากเดิมจนไม่เหลือสภาพ เช่น รถยนต์ที่ถูกชน ไม้ที่ถูกเผา หรือซากสัตว์

ความสัมพันธ์ระหว่างรูปทรง
         เมื่อ นำรูปทรงมาจัดวางใกล้กัน รูปเหล่านั้นจะมีความสัมพันธ์ การดึงดูด หรือผลักส่งซึ่งกันและกัน การประกอบกันของรูปทรง อาจทำได้โดยการใช้รูปทรงที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน รูปทรงที่ต่อเนื่องกัน รูปทรงที่ทับซ้อนกัน รูปทรงที่ผนึกเข้าด้วยกัน รูปทรงที่แทรกเข้าหากัน รูปทรงที่สานรวมเข้าด้วยกัน หรือรูปทรงที่เกี่ยวพันกัน การนำรูปเรขาคณิต รูปอินทรีย์ และรูปอิสระมาประกอบเข้าด้วยกัน จะได้รูปลักษณะใหม่ๆ เกิดขึ้น


แสงและเงา (Light & Shade)
   แสงและเงา เป็นตัวกำหนดระดับของค่าน้ำหนักของวัตถุ ความเข้มของเงาจะขึ้นอยู่กับความ เข้มของแสง เงาเป็นองค์ประกอบศิลป์ที่อยู่คู่กันแสง เมื่อส่องกระทบกับวัตถุ จะทำให้เกิดเงา ในที่ที่ไม่มีแสงสว่างจะไม่มีเงา และเงาจะอยู่ในทิศทางตรงข้ามกับแสงเสมอ ค่าน้ำหนักของแสงและเงาที่เกิดบนวัตถุ สามารถจำแนกเป็นลักษณะ ได้ดังนี้
  1. Hi-light เป็นบริเวณแสงสว่างจัด ที่อยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด จะมีความสว่างมากที่สุด ในวัตถุที่มีผิวมันวาวจะสะท้อนแหล่งกำเนิดแสงออกมาให้เห็นได้ชัดเจน
  2. Light เป็นบริเวณแสงสว่าง ที่ได้รับแสงสว่าง รองลงมาจากบริเวณแสงสว่างจัด เนื่องจากอยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงออกมา และเริ่มมีค่าน้ำหนักความเข้มของอ่อน ๆ
  3. Shade เป็นบริเวณที่เกิดเงา เป็นบริเวณของวัตถุที่ไม่ได้รับแสงสว่าง จะมีค่าน้ำหนักเข้มมากขึ้นกว่าบริเวณแสงสว่าง
  4. Hi-Shade เป็นบริเวณเงาเข้มจัด ซึ่งเป็นบริเวณของวัตถุที่อยู่ห่างจากแหล่งกำเนิดแสงมากที่สุด หรือถูกบดบังแสงมากที่สุด จะมีค่าน้ำหนักที่เข้มมากไปจนถึงเข้มที่สุด
  5. Shadow Passed บริเวณเงาตกทอด เป็นบริเวณของพื้นหลังที่เงาวัตถุทาบลงไป เป็นบริเวณที่อยู่ภายนอกวัตถุ และจะมีความเข้มของค่าน้ำหนักขึ้นอยู่กับ ความเข้มของเงา น้ำหนักของพื้นหลัง ทิศทาง และระยะของเงา
 ความสำคัญของค่าน้ำหนัก
  1.  ให้ความแตกต่างระหว่างรูป หรือรูปทรง กับ พื้นผิวหรือที่ว่าง
  2. ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว
  3. แสดงความเป็นมิติ เช่น ความลึก ตื้น นูน
  4. ทำให้เกิดระยะระยะใกล้ - ไกล
  5. ทำให้มีความกลมกลืน
8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.


ความหมายภายใต้ตราประทับ (ตรายาง)

ตราประทับ หรือ ตรายาง ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในปัจจุบัน การทำธุรกิจ ทุกบริษัทจะต้องมีตรายาง เริ่มตั้งแต่การยื่นหนังสือกับทางราชการเพื่อขอจัดตั้งธุรกิจ จากนั้นในการทำธุรกรรม นิติกรรมฯ สำคัญต่างๆ ของบริษัท เช่น ประทับตรายางเพื่อ สั่งจ่ายเช็ค ประทับตรายางเอกสารสำคัญ เป็นต้น ตรายางประทับเป็นสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของบริษัทที่แสดงให้ทราบว่าได้รับ รองธุรกรรม นิติกรรมฯ นั้นๆอย่างสมบูรณ์ ถือเป็นสิ่งสำคัญมาก
ความรู้ในวิชาฮวงจุ้ยที่ต้องทำความเข้าใจในการออกแบบตรายางที่สำคัญก็คือ เรื่องเกี่ยวกับ ฮวงจุ้ยเบญจธาตุ และระบบมาตรวัดหลู่ปังเชียะ ตรายางบริษัทปัจจุบันนิยมใช้สีน้ำเงิน หรือ สีดำ หรือสีเข้ม หมายถึงธาตุน้ำ ดังนั้น ตรายางต้องเป็นสัญลักษณ์ วงกลม หรือวงรี ซึ่งหมายถึงธาตุทอง ในทางฮวงจุ้ยเบญจธาตุ “ธาตุทอง จะเกื้อหนุน ส่งเสริม ก่อให้เกิด ธาตุน้ำ” ซึ่งธาตุน้ำ นอกจากจะหมายถึงเงินและทรัพย์แล้ว สีดำสามารถอยู่หลอมรวมกับทุกสิ่งได้ มีทั้งพลังอำนาจและความอ่อนไหวไปพร้อมๆกัน และนั่นคือเป้าหมายของธุรกิจ
ในยุกต์จีนโบราญนั้น ตราประทับมักใช้สีแดงเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งสีแดง หมายถึงธาตุไฟ ดังนั้น ตรายางต้องเป็นสัญลักษณ์ สี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งหมายถึงธาตุดิน ในทางฮวงจุ้ยเบญจธาตุ “ธาตุไฟ จะเกื้อหนุน ส่งเสริม ก่อให้เกิด ธาตุดิน” ซึ่งธาตุดิน เป็นตัวแทนของแผ่นดินและความหนักแน่น ธาตุดินแสดงถึงความเป็นปึกแผ่นมั่นคง เสริมอำนาจบารมี ความอบอุ่น ความเป็นมิตร และความเจริญรุ่งเรือง และนั่นคือวัตถุประสงค์

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งของตราประทับคือ ขนาด (ระบบมาตรวัดหลู่ปัง) ต้องกำหนดขนาดที่เป็นมงคล และหลีกเลี่ยงขนาดที่เป็นอัปมงคล ขนาดที่เป็นมงคล เช่น ไช้เต็ก (โชคลาภ คุณธรรม) ป้อโข่ว (คลังสมบัติ) ลักฮะ (สมพงศ์ เกื้อกูล) เง่งอก (มีวาสนา  มีลาภผล) เป็นต้น
การนฤมิตสร้างสรรค์ของจิตรกรรมจีนโบราญนั้น ตามความนิยมมาแต่เก่าก่อน จะต้องประกอบด้วย 'ตรีสัมบูรณ์' คือ “ความสมบูรณ์สามอย่าง” ทั้งสามอย่างต้อง สอดคล้องกลมกลืน กันอย่างเหมาะสม
ถ้าเทียบเป็นเสียงดนตรีก็ต้องบอกว่ามี 'ฮาร์โมนี่' คนจีน เรียกว่า 'เหอ' () หรือ 'ฮั้ว' ในภาษาแต้จิ๋ว คนญี่ปุ่นเรียกว่า 'วะ' คำนี้เป็นคำที่มีความหมายเชิงบวก แต่คนไทยมักเอาไปกล่าวถึงความหมายเชิงลบ เช่น ฮั้วประมูล (คือสมคบกันโกงในการค้ากับทางราชการ)
'ตรีสัมบูรณ์' คือ “ความสมบูรณ์สามอย่าง” นั้นประกอบด้วย
  1. ตัวรูปเขียน
  2. ตัวอักษร
  3. ตราประทับ
นี่เป็นรายละเอียดในส่วนรูปเขียน ไม่นับสไตล์แบบต่างๆ “ความงาม” และ “ความหมาย” ของศิลปะจีน ญี่ปุ่น เกาหลี มุ่งเน้นที่ 'รสนิยม'
ในความสัมบูรณ์ มีสิ่งที่ไม่สมบูรณ์
สิ่งที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดความสัมบูรณ์
เครื่องมือของนักแกะตราประทับ คือ สิ่วเหล็กปลายคมขนาดต่างๆ จึงเรียกกันว่า 'พู่กันเหล็ก'


บริการออกแบบโลโก้ตามหลักของฮวงจุ้ย
สร้างมิติของโลโก้

วิเคราะห์โลโก้ตามหลักฮวงจุ้ย
ติดต่อ Email: plyfasai@gmail.com
Power by Sango

8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.

ออกแบบโลโก้ : ทำไมโลโก้ของ Apple ถึงต้องมีรอยแหว่ง ?

APPLE โลโก้รูปแอปเปิลแหว่งที่มีคนจดจำ และมีชื่อเสียงที่สุดชิ้นหนึ่งของโลก
 
'HOW TO BE FAMOUS' 
ภาพ ผลแอปเปิ้ลเตรียมการผ่าด้วยแอปเปิ้ลอีกลูกที่เป็นหมอ

ใน ปี 1976 สตีฟ จ็อบส์ (STEVE JOBS), สตีฟ ว๊อซเนียก (STEVE WOZNIAK) และรอน เวนน์ (RONALD WAYNE) เมื่อครั้งก่อตั้งบริษัท โดยก่อนหน้านี้ สตีฟ จ็อบส์ ได้ทำงานอยู่ในฟาร์ม APPLE และพวกเขาได้ชื่นชมผลงานเพลงล่าสุดของวง THE BEATLE คือ APPLE STEVE และได้มีความเชื่ออีกว่า APPLE นั้นเป็นผลไม้ที่ดีที่สุด ทั้งสามได้มีความเห็นตรงกันว่าจะใช้ชื่อบริษัทว่า “แอปเปิล” ในวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1976
ในครานั้น รอน เวนน์ได้ทำการออกแบบโลโก้ของ บริษัทแอปเปิลด้วยแนวทางคลาสสิค โดยเป็นรูปของ SIR ISAAC NEWTON นั่งอยู่ใต้ต้นแอปเปิ้ล (เซอร์ไอแซก นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบแรงดึงดูดของโลก จากการสังเกตการหล่นของลูกแอปเปิ้ลสุก ที่ใต้ต้นแอปเปิ้ล)  และมีผลแอปเปิลลูกหนึ่งกำลังจะตกลงบนหัว และเขียนคำว่า 'APPLE COMPUTER' และมีประโยคเขียนกำกับว่า “NEWTON… A MIND FOREVER VOYAGING THROUGH STRANGE SEAS OF THOUGHT … ALONE.”

 
หลัง จากบริษัทแอปเปิลก่อตั้งได้เพียงไม่กี่วัน รอน เวนน์ก็ขอถอนตัวออกไป จึงเหลือเพียงสตีฟ จ็อบส์ กับสตีฟ ว๊อซเนียก ทั้งคู่ได้ร่วมกันสร้างบริษัทกันต่อไป โดยเริ่มรับพนักงานเข้ามาและมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงช่วงที่แอปเปิลจะออกจำหน่ายเครื่อง APPLE II สตีฟ จ็อบส์ จึงใช้โอกาสนี้ในการปรับเปลี่ยนโลโก้ของบริษัทใหม่ เพื่อต้องการให้มันดูทันสมัยมากกว่าเดิม
สตีฟ จ็อบส์ ได้ปรึกษากับ ROB JANOFF (อาร์ตไดเรคเตอร์ ของบริษัท RIGIS MCKENA ที่รับการว่าจ้างให้ออกแบบโลโก้ของ APPLE) ในการออกแบบโลโก้ใหม่ และได้เริ่มออกแบบและปรับปรุง โดยเริ่มต้นออกแบบโลโก้บริษัทแอปเปิล เป็นลูกแอปเปิลด้วยการทำเงาสีขาว-ดำ
สตี ฟ จ็อบส์ ได้ให้ไอเดียว่าโลโก้ของบริษัทควรจะมีสีสัน เพื่อบ่งบอกความเป็นมนุษย์ (HUMANIZE) และ APPLE II เป็นคอมพิวเตอร์สำหรับผู้ใช้ทั่วไปเครื่องแรกที่แสดงผลเป็นสีสันได้ เจนอ ฟจึงได้เพิ่มแถบสีเข้าไป โดยสีของโลโก้แอปเปิลเริ่มจากเขียว เพราะต้องการแสดงถึงใบไม้ จากนั้นก็ไล่สีลงมาคล้ายกับการไล่สีสายรุ้ง คือ สีเขียว สีเหลือง สีส้ม สีแดง สีม่วง และสีฟ้า

ต่อ มาพวกเขาพบว่า รูปลูกแอปเปิลที่ออกแบบไว้ ดูไม่ออกว่าเป็นลูกอะไร บางมุมดูเป็นมะเขือเทศ บางมุมดูเป็นผลเชอรี่ ดูไม่ออกว่าเป็นลูกแอปเปิล พวกเขาจึงเพิ่มลูกเล่นในการออกแบบโลโก้ลงไป เป็นลักษณะ “รอยแหว่ง” หรือ “รอยกัด” ซึ่งจะทำให้ดูออกทันทีว่าเป็นผลแอปเปิล
เรื่อง ราวรอยกัดบนลูกแอปเปิ้ล ได้ถูกนำมาจากการอ้างอิงเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่า ADAM ได้ขัดคำสั่งของพระเจ้าโดยการแอบกินผลแอปเปิ้ลที่อยู่บนสวนสวรรค์ที่มีชื่อ ว่า EDEN ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระเจ้าได้สั่งไว้ว่าห้ามแตะต้องเป็นอันขาด เนื่องจาก เมื่อใดก็ตามที่มนุษย์ได้กัดกินผลแอปเปิลที่อยู่บนต้น TREE OF KNOWLEDGE เมื่อนั้นมนุษย์ที่พระเจ้าได้กำหนดให้มีทุกสิ่งยกเว้นปัญญานั้น จะกลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีปัญญาขึ้นมาทันที และจะมีพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากมายเกินการควบคุมของพระเจ้า ซึ่งจะไม่ควรมีชีวิตอยู่บนสวรรค์อีกต่อไป โลโก้แอปเปิ้ลผลนี้ จึงต้องการที่จะแสดงให้เห็นว่า พวกเค้าได้คว้าสติปัญญาที่พระเจ้าพยายามที่ จะซ่อนเอาไว้ ให้มนุษย์นั้นคว้าไม่ถึงได้ และรูปโลโก้แอปเปิ้ลมีรอยกัดนี้ จะเป็นการแสดงภาพในเชิงสัญลักษณ์ว่า 'พวกเค้ามีปัญญา' นั่นเอง

นอก จากนี้ คำว่า “กัด” (BITE) ในภาษาอังกฤษยังมีเสียงใกล้เคียงกับคำว่า “ไบต์” (BYTE) ซึ่งเป็นหน่วยความจำข้อมูลอิเลคทรอนิกส์ และสามารถสื่อถึงสินค้าคอมพิวเตอร์ได้ และเป็นที่มาของ 'BITE THAT APPLE.' ที่เป็นประโยคทองคำ ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการสนับสนุนให้ทุกคนกล้าหาร กล้าที่จะท้าทายความสามารถ และทำอะไรที่แตกต่างจากสิ่งเดิมๆ แม้ว่าจะต้องทำบางอย่างที่สวนทางกับอำนาจใด ๆ  'BITE THAT APPLE.'  จึงเป็นวลีที่ติดอยู่บริษัท APPLE มาจนถึงปัจจุบันนี้
หลัง จากที่ใช้โลโก้สายรุ้งอยู่นานถึง 20 ปี ภายหลังแอปเปิลได้มาถึงยุคที่ตกต่ำสุดขีด จนต้องนำตัวสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งเคยถูกไล่ออกจากบริษัทไปเมื่อปี 1984 กลับมากอบกู้บริษัทอีกครั้งเมื่อปี 1997 สตีฟ จ็อบส์เข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในแอปเปิลในแนวทางของเขา รวมไปถึงโลโก้ของบริษัทด้วย ทั้งนี้ การใช้โลโก้สีรุ้งแบบเดิมจะเข้ากันได้ยากกับสินค้าอย่าง IMAC หรือการขยายรูปโลโก้ที่มีขนาดใหญ่มากๆ แอปเปิลจึงเลิกใช้โลโก้สีรุ้ง และออกแบบโลโก้ใหม่ โดยเปลี่ยนมาใช้โลโก้สีดำ สีขาว หรือสีเงิน แทนรูปแบบเดิม เป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ของแอปเปิล ที่มาพร้อมกับแคมเปญ “THINK DIFFERENT” และได้ทำให้แบรนด์ของแอปเปิลเป็นที่จดจำของคนทั่วไปในวงกว้าง

การออกแบบโลโก้แอ ปเปิลที่มีรอยแหว่งนั้น จึงเป็นโลโก้ที่ได้รับเสียงชื่นชมทั้งในด้านการออกแบบ และความเข้าใจง่ายถึงแบรนด์ และปัจจุบันแอปเปิลได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีผู้จดจำได้มากที่สุดในโลกอีกด้วย
 
: พันธุ์ทิพย์ MACTHAI.COM หนังสือ สตีฟ จ็อบส์ โดยวอลเตอร์ ไอแซคสัน

8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.

ออกแบบโลโก้ : โลโก้ Pepsi สัญลักษณ์หยินหยาง


เป๊ปซี่เป็นบริษัทหนึ่ง ที่มีการปรับเปลี่ยนออกแบบโลโก้หลาย ต่อหลายครั้ง มาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อเทียบกับสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน (Lifestyle Market) ที่เห็นชัดเจน เมื่อเทียบกับบริษัทโค้กที่แทบจะไม่เปลี่ยนโลโก้ ทั้งที่มีการดำเนินธุรกิจมาก่อนเป๊ปซี่ โดยมีเหตุผลก็คือ เป็นการออกแบบโลโก้ใหม่ให้เข้ากับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และในปัจุบันเป๊ปซี่ได้ออกแบบโลโก้ครั้งล่าสุดในปี 2009 โดยมีลักษณะที่ตอบรับกับกระแสโลกาภิวัฒน์ และการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างชัดเจน


การออกแบบโลโก้ใน ส่วนของรูปวงกลมโลโก้หลักนั้นจะมีรูปแบบเปลี่ยนแปลงไปตามประเภทของสินค้า จะเห็นได้ว่าในวงกลมมีแถบสีขาวที่แตกต่างกัน โดยสามารถเปรียบเทียบได้ดังต่อไปนี้
 นัย สำคัญของเป๊ปซี่ที่ต้องการสื่อสารกับผู้บริโภค คือ พวกเขาสามารถยิ้มได้เมื่อดื่มเป๊ปซี่ ไม่ว่าจะยิ้มน้อยๆ หรือยิ้มกว้างๆ ก็ตาม การทำการตลาดโดยออกแบบโลโก้ใหม่ นี้ ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งของเป๊ปซี่ในการกำหนดกลุ่มผู้บริโภคไปยังคนรุ่นใหม่ที่ ใส่ใจในคุณภาพชีวิตที่มีความสุข ความสะดวกสบาย ที่เอื้อให้พวกเขาได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงมีแนวคิดในการสร้างความสุขได้อย่างง่ายๆ เกิดขึ้นมามากมาย โดยเป๊ปซี่ได้มอบผลิตภัณท์ของตนเป็นสัญลักษณ์ของความสุข คนที่มีความสุขต้องดื่มเป๊ปซี่ ดังปรากฏในป้ายโฆษณาเอาต์ดอร์ของเป๊ปซี่กับโลโก้ใหม่เห็นทั่วอเมริกา ภายใต้สโลแกน “Every Generation refreshes the world...Now it’s your turn...” 
นอกจากนี้ ยังเป็นที่สังเกตว่าการออกแบบโลโก้ใหม่ ของเป๊ปซี่มีลักษณะทรงกลม และโค้งมนในทั้งรูปโลโก้หลักและตัวหนังสือ ซึ่งเป็น การออกแบบโลโก้ที่มีลักษณะของความเป็นเอเชีย ความเชื่อแบบเซน หรือลักษณะคล้ายกับ หยิน หยาง โดยมีวงกลมสีขาวล้อมรอบ สีแดง (ธาตุไฟ) กับสีน้ำเงิน (ธาตุน้ำ) สองธาตุนี้สร้าง “ความสมดุล” ทำให้เป๊ปซี่ได้รับความนิยมในย่านเอเชีย เพราะโลโก้ของเป๊ปซี่เต็มเปี่ยมไปด้วย “ความเชื่อ” ตามหลักฮวงจุ้ย
อีกนัยหนึ่งของเป๊ปซี่ที่ออกแบบโลโก้ใหม่ ในปี 2009 นั้นแสดงให้เห็นว่าเป๊ปซี่ต้องการเกาะกระแสประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ อเมริกา คือนายโอบามา ในขณะนั้น นักวิชาการวิเคราะห์ว่า รูปโลโก้ของเป๊ปซี่ยังคล้ายกับตัว O ตัวอักษรแรกของชื่อโอบามา และยังชูการโฆษณาให้ตนเองเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนรุ่นใหม่ ที่มีความเป็นพลวัตรสูง สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ เท่ากับเป็นการชูโรงที่ตรงข้ามกับคู่แข่งบริษัทโค้กอย่างชัดเจน เพราะโค้กมัจะชูโรงความเป็นอนุรักษ์นิยม ที่มักจะปรากฏในข้างกระป๋องโค้กที่มีรูปย้อนยุค อยู่หลายรุ่น ดังนั้นการปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งนี้อาจจะถือได้ว่าเป็นกลยุทธ์ที่สามารถจัด ในสำนักวิชาในวิชากลยุทธ์ได้หลายสำนัก
Design School “การออกแบบโลโก้นี้ ให้ความสำคัญกับการสื่อความหมาย รวมถึงการรับรู้ของผู้บริโภคโดยตรง เป๊ปซี่ต้องการออกแบบเพื่อให้กระทบต่อความรู้สึกของผู้บริโภค โดยเน้นหลักไปทางคนรุ่นใหม่ ที่ใส่ใจสุขภาพทั้งกายและใจ และต้องการเจาะตลาดเอเชียซึ่งอาจเป็นแกนเศรษฐกิจโลกในอนาคต อีกทั้งยังมีประชากรจำนวนมาก หากสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดของเอเชียได้ อาจหมายถึงจำนวนเงินมหาศาลที่เป๊ปซี่จะได้รับจากการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้ถูก ตาถูกใจ และเหมาะสมกับความเชื่อพื้นฐานของชาวเอเชียก็เป็นได้”
Position School “เป๊ปซี่วางตำแหน่งของตนเองอย่างชัดเจนในการเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการกำหนดตำแหน่งที่ตรงข้ามกับคู่แข่งอย่างโค้กที่มักจะดึงความ คลาสสิก เน้นอนุรักษ์นิยม ความสวยงามของอดีตมาเป็นตัวชูโรง ดังนั้นเป๊ปซี่จึงกำหนดตำแหน่งให้ตนเองเป็นผลิตภัณฑ์เพื่ออนาคต จึงมีการออกแบบโลโก้ให้เหมาะสมกับยุคสมัยอยู่เสมอ รวมทั้งโลโก้ปัจจุบันด้วย ซึ่งตรงข้ามกับโค้กที่ไม่มีการออกแบบโลโก้เลยตั้งแต่ดำเนินกิจการมา”
Cognitive School “เป๊ปซี่ได้ให้โลโก้เป็นตัวกลางในการสื่อความหมายไปยังผู้บริโภคที่ใช้ความ เชื่อเช่น ความเชื่อด้านศาสนา ความเชื่อในตัวผู้นำ สิ่งเหล่านั้นเป็นตัวประกอบหลักในการสร้างโลโก้ที่ทำให้เกิดกลยุทธ์ที่เน้น กลุ่มตลาดใหม่ และเป้าหมายใหม่ๆ ขององค์กร และถูกสื่อไปกับการออกแบบโลโก้ใหม่ ของเป๊ปซี่ ที่ผู้บริโภคที่อยู่ภายใต้ความเชื่อนั้นๆ จะสามารถเข้าถึงผลิตภัณท์ของเป๊ปซี่ได้ง่ายขึ้น และลดช่องว่างของเป๊ปซี่กับผู้บริโภคลง ก็สามารถครองใจ และครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากขึ้น”


แม้ ว่าในตลาดโลก โค้ก ได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าเป๊ปซี่ แต่ในเอเชียรวมถึงประเทศไทย เป๊ปซี่กลับครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่าโค้ก 
นอก จากเรื่องรสชาติแล้ว สองแบรนด์นี้พยายามงัดกลยุทธ์มาสู้รบกันอยู่ตลอด ทั้ง โปรโมชั่น ราคา แพ็คเกจจิ้ง สินค้าพรีเมียม การตลาด และ โฆษณา แม้แต่การออกแบบโลโก้ตามหลักฮวงจุ้ย ก็ถูกนำมาใช้ในการสู้รบของทั้งสองค่าย
ภาพลักษณ์ของโค้กและเป๊ปซี่มีความแตกต่างกันอย่างมาก โค้กดูเหมือนแบรนด์สินค้าที่คลาสสิก ส่วนเป๊ปซี่ดูจะทันสมัยและซาบซ่า 
ความ คลาสสิกของโค้ก อยู่ที่ “สูตรลับ” ในการผลิต ด้วยความที่กลัวสูตรลับของเครื่องดื่มโค้กแพร่งพรายออกไป ทางบริษัทและผู้ที่รู้สูตรลับซึ่งมีไม่กี่คน ใช้ชื่อส่วนผสมว่า “7x” โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า x คืออะไร เป็นความลับมาจวบจนทุกวันนี้
เรื่อง ของการตั้งชื่อดูเหมือนว่าโค้กจะชนะเป๊ปซี่ เพราะตั้งชื่อได้ตามกฎของการตั้งชื่อ โค้กออกเสียงพยางค์เดียว มีตัวอักษรไม่เกิน 4 ตัวอักษร ทั้งออกเสียงสั้น ง่ายต่อการเรียก มีผลทำให้คนติดปากกับชื่อโค้กได้ง่ายกว่า
ส่วนการออกแบบโลโก้เป๊ปซี่กินโค้กขาดเช่นกัน การออกแบบโลโก้ของ เป๊ปซี่มีลักษณะคล้ายกับ หยิน หยาง โดยมีวงกลมสีขาวล้อมรอบ สีแดง (ธาตุไฟ) กับสีน้ำเงิน (ธาตุน้ำ) สองธาตุนี้สร้าง “ความสมดุล” ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ย
เรื่อง ของฮวงจุ้ย อาจจะเป็นเหตุผลที่โค้กได้รับความนิยมทั่วโลกยกเว้นเอเชีย เพราะว่าโค้กใช้หลักการตั้งชื่อแบรนด์แบบสากล มีส่วนทำให้ได้รับความนิยมแบบสากล
ส่วนการออกแบบโลโก้ของ เป๊ปซี่ ที่มีลักษณะคล้ายกับ หยินหยาง ทำให้เป๊ปซี่ได้รับความนิยมในย่านเอเชีย เพราะโลโก้ของเป๊ปซี่เต็มเปี่ยมไปด้วย “ความเชื่อ” ตามหลักฮวงจุ้ย เอเชียก็เป็นต้นกำเนิดในความเชื่ออยู่แล้ว

8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.

ตราประทับจีน

ตราประทับถือเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงตัวตนของบุคคลอย่างหนึ่งในสังคมจีนที่มีมาช้านาน ตราประทับมี พัฒนาการมาจากการแกะสลักตัวหนังสือบนกระดองเต๋าและกระดูกสัตว์ในสมัยซาง (ประมาณ ๔,๕๐๐ ปีก่อน) จากหลักฐานทางโบราณคดีที่มีการขุดค้นพบ มีการใช้ตราประทับมาไม่น้อยกว่าสมัยจั้นกว๋อ (ปลายสมัยโจวประมาณ ๒,๕๐๐ ปีก่อน)
ต่อ มา จิ๋นซีฮ่องเต้ (ฉินสื่อหวงตี้) ปราบแคว้นจ้าวสำเร็จ ได้หยกเหอสิอปี้ในตำนานมาไว้ในครอบครอง และหลังจากบำราบ ๖ แคว้น และสถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ จึงให้หลี่ซือขุนนางคนสนิทนำหยกเหอสือปี้ไปแกะเป็นตราประทับ โดยมีข้อความเป็นอักษรจีน ๘ ตัวว่า “受命于天,即寿永昌” ต่อมา จิ๋นซีฮ่องเต้ เสด็จทางชลมารค เกิดลมพายุใหญ่ เรื่อพระที่นั่งโคลงเคลง ฉินสื่อเกรงเรือจะล่ม จึงอธิษฐานต่อเทพยดา แล้วโยนตราประทับนั้นลงไปในน้ำ ทันใดนั้นคลื่นลมก็พลันสงบ นับแต่นั้นตราประทับเหอสือปี้ ก็หายสาบสูญไปในที่สุด
นับแต่โบราณ ตราประทับเป็นสัญลักษณ์ “แสดงตัวตน” ตลอดจน “ฐานะของบุคคล” จึงเป็นสิ่งที่ “แสดงถึงอำนาจ” ไปโดยปริยาย คนจีนนับแต่โบราณและในปัจจุบัน เรียกตราประทับว่า 'อิ้น' (印) นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกต่างๆ กันดังต่อไปนี้
๑. ซี่ (玺) หลังจากฉินสื่อหวงฯ สถาปนาตนเองเป็นที่ฮ่องเต้ จึงมีคำสั่งให้ใช้คำว่า 'ซี่' เรียกแทนตราประทับ สำหรับโอรสสวรรค์ (ฮ่องเต้) ส่วนขุนนางและประชาชนทั่วไป ให้เรียกว่า 'อิ้น'
๒. เป่า (宝 ) เนื่องจากคำว่า 'ซี่' เรียกไปเรียกจะออกเสียงคล้ายกับคำว่าว่า 'สื่อ' (死) ที่แปลว่าตาย ต่อมาจึงเลี่ยงไปใช้คำว่า 'เป่า' ที่แปลว่าของมีค่า, ของวิเศษ, แก้ว แทน
๓. จาง (章) ในสมัยฮั่นใช้คำว่า 'จาง' เรียกแทนตราประทับของแม่ทัพ
๔. จี้ (记) มีความหายถึงการรู้จักการจดจำ เริ่มใช้ในสมัยถังและซ่ง
๕. กวนฝาง (关防) ในสมัยหมิงไท่จู่ เพื่อป้องกันข้าราชการนัดแนะกันเอง จึงมีการกำหนดให้เอกาสารราชประทับตรา 'กวนฝาง' นี้ทุกครั้ง ตลอดจนมีการนำไปพิมพ์ด้วย ต่อมาแม้จะมีการเลิกวิธีการดังกล่าว แต่ก็ยังมีการใช้คำๆ นี้เรื่อยมา
ใน สมัยโบราณตราประทับจะทำจากหยกหรือหินที่มีค่า ชาวบ้านสามัญชนนั้นยากที่จะมีได้ โดยนับแต่โบราณตราประทับจากทำจากหยกหรือหินมีค่า ในสมัยถังเริ่มมีการทำตราประทับที่จากโลหะเช่นทอง เงิน สำริด และตราประทับที่ทำจากกระเบื้องเริ่มมีทำขึ้นในสมัยถังและซ่ง
โดยทั่วไปตราประทับจะแบ่งออกเป็น ๒ ชนิด ดังที่คนในวงการเรียกกันว่า ตัวผู้หรือตัวเมีย หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า หยินหยาง โดยที่ตราประทับหยาง (阳印) คือ คัวหนังสือเป็นสีแดง ส่วนพื้นจะปล่อยเว้นว่างไว้ ส่วนตราประทับหยิน (阴印) คือตราประทับที่พื้นเป็นสีแดง ส่วนที่เป็นตัวหนังสือจะเว้นว่างไว้ และด้วยเหตุที่ตราประทับอินจะมีสีแดงมาก จึงมีอีกชื่อว่า 'จูอิ้น' (朱印) หรือ 'ตราประทับชาด' ซึ่งตราประทับในสมัยโบราณที่พบนั้นโดยมากจะเป็นตราประทับอิน ส่วนตราประทับในชั้นหลังๆ จะเป็นตราประทับหยาง เป็นส่วนใหญ่ อนึ่งตราประทับผู้เมีย หรือตราประทับหยินหยางนี้ ไม่ได้ใช้เป็นเครื่องกำหนดเพศของผู้ใช้แต่อย่างใด


ตัวอย่างตราประทับโบราณของจีน
8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.

ใช้สีให้ถูกหลักฮวงจุ้ยเบญจธาตุ

ฮวง คือ ลม   ส่วนจุ้ย คือ น้ำ  ฮวงจุ้ยเป็นการเรียนรู้ถึงพลังงานธรรมชาติ เบญจธาตุ หรือ 5 ธาตุพื้นฐานในผังยันต์แปดเหลี่ยมหลังเต่า (ปากัว) มีหลักสีดังนี้

ธาตุไฟ         สัญลักษณ์     สีแดง  รูปสามเหลี่ยม
ธาตุดิน         สัญลักษณ์     สีเหลือง  รูปสี่เหลี่ยม
ธาตุทอง       สัญลักษณ์     สีขาว  รูปกลม
ธาตุน้ำ         สัญลักษณ์     สีดำ (น้ำเงิน)  รูปหกเหลี่ยม รูปคลื่น
ธาตุไม้         สัญลักษณ์     สีเขียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า
ธรรมชาติ ของแต่ละสี หรือแต่ละรูปทรง คือ ตัวแทนของธาตุ และธาตุแต่ละธาตุมีพลังของตัวเอง มีอำนาจส่งเสริม หรือ ทำลายหักล้างธาตุอื่นได้


ธาตุที่ส่งเสริม  
ธาตุไม้ เป็นตัวเสริม ธาตุไฟ เพราะธาตุไฟมีไม้เป็นเชื้อ ไฟจะมีพลัง สว่างไสว โชติช่วง
ธาตุไฟ เป็นตัวเสริม ธาตุดิน เมื่อไฟเผาไม้ จะเกิดขี้เถ้า ถ่าน ผง สลายเป็นดิน
ธาตุดิน เป็นตัวเสริม ธาตุทอง แร่ธาตุต่างๆเช่น สังกะสี เหล็ก ธาตุทอง เกิดจากดินที่ทับถมกันแปรเป็นหินแร่
ธาตุทอง เป็นตัวเสริม ธาตุน้ำ เมื่อมีความชื้นมากระทบ จะก่อให้เกิดการควบแน่นเป็นหยดน้ำ
ธาตุน้ำ เป็นตัวเสริม ธาตุไม้ น้ำเป็นอาหารของไม้ ทำให้ไม้เจริญเติบโต

ธาตุ ทั้งห้านี้มีความสัมพันธ์กันดังนี้คือ น้ำหล่อเลี้ยงไม้ให้เจริญเติบโต ไม้เป็นเชื้อเพลิงก่อให้เกิดไฟ ไฟเผาไหม้ไม้เป็นขี้เถ้าดิน ดินทับถมกันจนกลายเป็นแร่ธาตุทอง(โลหะ) เมื่อมีความชื้นมากระทบเกิดน้ำ

สีที่และรูปร่างถูกโฉลก
สีแดง รูปสามเหลี่ยม (ธาตุไฟ) ถูกโฉลกกับ สีเหลือง รูปสี่เหลี่ยม (ธาตุดิน)
สีเหลือง รูปสี่เหลี่ยม (ธาตุดิน) ถูกโฉลกกับ สีขาว รูปกลม (ธาตุทอง)
สีขาว รูปกลม (ธาตุทอง) ถูกโฉลกกับ สีน้ำเงิน สีดำ รูปหกเหลี่ยม (ธาตุน้ำ)
สีดำ น้ำเงิน รูปหกเหลี่ยม (ธาตุน้ำ) ถูกโฉลกกับ สีเขียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ธาตุไม้)
สีเขียว รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ธาตุไม้) ถูกโฉลกกับ สีแดง รูปสามเหลี่ยม (ธาตุไฟ)

 “รูป ร่างของเส้นสาย” “สี สรรค์” “ความสว่าง” โดยการจัดวางใน “ขนาด” และ “ทิศทาง” ที่กระแสเกื้อกูลส่งเสริมกันเหมาะสม ถ้าทำให้โดดเด่นทั้งองค์ประกอบทั้งหมด ก็จะถือว่าสมบูรณ์แบบ ซึ่งจะทำให้บุคคลที่พบเห็นเกิดอารมณ์และความรู้สึกตามสิ่งนั้นๆ ในกระแสที่เป็นบวก  


ธาตุที่ชง (ขัดขวางทำลายกัน)
ธาตุไม้ ชงกับ ธาตุดิน เพราะรากของต้นไม้จะชอนชัยพื้นดินให้แตกแยกออกจากกัน
ธาตุดิน ชงกับ ธาตุน้ำ เป็นเสมือนเขื่อนหรือกำแพง ปิดกันน้ำ
ธาตุไฟ ชงกับ  ธาตุน้ำ น้ำจะเป็นตัวดับไฟ หรือปิดกัน ทำลายไฟ
ธาตุทอง ชงกับ  ธาตุไฟ ไฟจะเผาทองให้หลอมละลาย เปลี่ยนรูปร่าง
ธาตุไม้ ชงกับ  ธาตุทอง โลหะสามารถตัด ทำลายไม้ได้

การเปลี่ยนธาตุที่ชงเป็นธาตุที่ถูกโฉลก
          การเปลี่ยนธาตุสองธาตุที่ชงกันให้เป็นธาตุที่ส่งเสริมกัน ต้องใช้ธาตุที่เป็นเหมือนตัวกลาง มาช่วยผสานให้เข้ากัน
         
ธาตุไม้ ชงกับ ธาตุดิน  แก้ด้วยธาตุไฟ เพราะธาตุไฟ(สีแดง) เป็นแม่ของธาตุดิน(สีเหลือง) หรือไฟก่อให้เกิดหรือให้กำเนิดธาตุดิน และเป็นลูกของธาตุไม้(สีเขียว) หรือไม้ก่อให้เกิดหรือให้กำเนิดธาตุไม้
ธาตุดิน ชงกับ ธาตุน้ำ  แก้ด้วยธาตุทอง เพราะธาตุทอง(สีขาว) เป็นแม่ของธาตุน้ำ(สีดำ สีน้ำเงิน) และเป็นลูกของธาตุดิน(สีเหลือง)
ธาตุไฟ ชงกับ  ธาตุน้ำ  แก้ด้วยธาตุไม้ เพราะธาตุไม้ (สีเขียว) เป็นแม่ของธาตุไฟ(สีแดง) และเป็นลูกของธาตุน้ำ(สีดำ สีน้ำเงิน)
ธาตุทอง ชงกับ  ธาตุไฟ  แก้ด้วยธาตุดินเพราะธาตุดิน(สีเหลือง) เป็นแม่ของธาตุทอง(สีขาว) และเป็นลูกของธาตุไฟ(สีแดง)
ธาตุไม้ ชงกับ  ธาตุทอง  แก้ด้วยธาตุน้ำเพราะธาตุน้ำ(สีดำ สีน้ำเงิน) เป็นแม่ของธาตุไม้(สีเขียว) และเป็นลูกของธาตุทอง(สีขาว)


8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.


การสร้างแบรนด์

   สิ่งที่นักการตลาดและเจ้าของกิจการกล่าวถึงกันมาก รวมถึงผู้บริโภคต่างก็ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ คือแบรนด์ (ตราสินค้า ยี่ห้อ หรือโลโก้) เพราะในตลาดของสินค้าแต่ละชนิดมีผู้ผลิตสินค้า และให้บริการอยู่ เป็นจำนวนมาก และอยู่ในสภาพอิ่มตัว  ผู้บริโภคมีสินค้าให้เลือกมากมาย แบรนด์จึงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมักจะนึกถึงในลำดับแรกๆ ของการตัดสินใจซื้อ กิน ดื่ม เที่ยว บริโภค ฯลฯ

ประโยชน์ของแบรนด์ 
  1. ผู้บริโภคมักจะบริโภคมากขึ้น เมื่อผู้บริโภคคุ้นเคย และพอใจสิ่งนั้นใดมาก ๆ แล้วมักจะไม่พยายามหาสิ่งใดมาทดแทน
  2. แบรนด์เข้มแข็ง ทำให้มีอำนาจต่อรองในการเจรจากับผู้จำหน่ายวัตถุดิบ และตัวแทนจำหน่ายได้มากขึ้น
  3. แบ รนด์ที่มีชื่อเสียง  ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในตัวสินค้า ทั้งๆ ที่ไม่เคยใช้แบรนด์นี้มาก่อน และเมื่อมีสินค้าตัวใหม่ ๆ ออกมา ลูกค้าก็สามารถตัดสินใจซื้อได้ไม่ยาก
  4. ทำให้ผู้บริโภคยอมเสียเงินเพิ่มขึ้นเพื่อลดความเสี่ยงจากซื้อสินค้าที่ไม่มีแบรนด์
  5. สินค้าลอกเลียนแบบได้ แต่แบรนด์ลอกเลียนแบบไม่ได้ จึงทำให้มียอดจำหน่ายค่อนข้างยั่งยืน
  6. คู่แข่งรายใหม่ยากที่จะต่อสู้ถึงแม้จะมีสินค้าที่มีคุณภาพและคุณประโยชน์เหมือนกัน

แบรนด์(ตราสินค้า ยี่ห้อ หรือโลโก้) ส่วนใหญ่เกิดจากความสามารถในการสร้างสิ่งเหล่านี้ในใจของผู้บริโภคได้ คือ
  • ให้ความรู้สึกถึงความแตกต่าง ทั้งที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน
  • ให้ความรู้สึกมีหน้ามีตาทางสังคม ทั้งที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกัน

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ต้องพิจารณาหลายองค์ประกอบ เช่น เป้าหมายของธุรกิจ ประเภทธุรกิจ ระดับหรือประเภทของลูกค้ากลุ่มเป้า หมาย และอื่นๆ ต้องใช้เครื่องมือทางการตลาดหลายๆด้านประกอบกัน รวมถึงตัวชีวัดต่างๆ เพื่อการสร้าแบรนด์ในคอนเซ็บเดียวกัน ไม่แตกแถว เพราะการสร้างแบนด์โดยไร้แบบแผนจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสน เกิดความคลุมเครือลังเล และไม่จดจำ ทำให้ผู้ประกอบการเสียเงินและเวลาโดยปล่าวประโยชน์
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า แบรนด์เป็นทรัพย์สินที่ สำคัญที่สุดอันหนึ่งของธุรกิจไม่แพ้ความลับทางการค้า จึงควรใส่ใจและรักษาไว้ และเมื่อเวลาผ่านไปมูลค่าของตราสินค้าจะเพิ่มขึ้น และแบรนด์สามารถขายให้กับผู้ที่ต้องการซื้อได้
8888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888888

โลโก้ฮวงจุ้ย,  ออกแบบโลโก้, รับออกแบบโลโก้, ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย, รับออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย
Email: plyfasai@gmail.com
Copyright © 2008-2021 by โลโก้ฮวงจุ้ย.com & โลโก้ตรายาง.com & www.ออกแบบโลโก้ฮวงจุ้ย.com, All Rights Reserved.

บทความที่เก่ากว่า หน้าแรก